2006/Oct/16

ไม่ได้อัพมานาน...จากนี้คงจะสิงที่นี่(มั้ง)
เอ้า เข้าเรื่อง!

อาทิตย์ก่อนได้ไปเดินดูหนังสือ แล้วก็สะดุดหน้าคว่ำ เอ้อ สะดุดตากับหนังสือบนชั้นRecommend มันคือ

"รุกสยาม ในพระนามของพระเจ้า"

โดย Morgan Sporte's (พิมพ์ฝรั่งเศสมะด้ายเฮ่อๆ)
แปลโดย คุณกรรณิกา จรรย์แสง
สำนักพิมพ์มติชน

หนังสือหนาเตอะแต่ชื่อเรื่องมันดึงดูดจริงๆ คิดว่ามันน่าจะตลก
เลยลองอ่านคำโปรยปกหลัง เอ้อ น่าสนใจจริงๆนั่นแหละ จึงเปิดไปดูคำนำนักเขียน
อ่านไปเรื่อยๆ จนเจอประโยคนี้

---(เรา)เห็นกันอยู่ชัดๆแล้วว่า ชาวสยาม "เจ้าเล่ห์" พวก "บูชาพระอิฐพระปูน"นี้ไม่ได้ยินยอมให้ถูกบังคับข่มเหง ชาวสยามสามารถหลีกหนีภัยคริสต์ศาสนา ภัยอิสลาม ภัยจากลัทธิล่าเมืองขึ้น ภัยจากลัทธิสตาลิน..แต่ดูเหมือนว่าสยามในยุคปัจจุบันจะไม่อาจหลุดพ้นจากกรงเล็บภัยร้ายจากลัทธิแมคโดนัลด์ และโคคา-โคลา...---
(คัดลอกจากหน้า 12)

...นั่นแหละ หยิบหนังสือไปที่เคาท์เตอร์เลย

เนื้อเรื่องกล่าวถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ช่วงที่ไทยมีการแลกเปรี่ยนราชทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส(พระเจ้าหลุยส์ที่14)
หนังสือเป็นแนวประเทืองปัญญาดี อ่านแล้วก็ขำๆ ฝรั่งเศสเจ้าเล่ห์..จะเอาสยามเป็นอาณานิคม.แต่ทำไมที่เรียนมาเค้าบอกว่าเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสองแผ่นดิน ไม่ได้บอกว่าฝ่ายโน้นแฝงความต้องการจริงๆคือสยาม....เอ้อ สงสัย

อ่านยังไม่จบหรอกนะ แต่ตอนที่ตลกๆเนี่ย ก็เช่น
ตอนที่คณะราชทูตจากไทย(มีโกษาปาน คุ้นมั้ย) ไปเจริญสัมพันธไมตรีที่ฝรั่งเศส แล้วพวกท่านแต่งชุดผ้ามนิลาสีขาว(ใช่เปล่าวะ) กับหมวกทรงสูง(นึกออกใช่มั้ยคะ) กลายเป็นว่าไปเป็นเหมือนแฟชั่นที่โน่น...หมวกทรงสูงฮิต...ทำขายได้เป็นพันๆใบ ใช้แสดงในโรงละครที่นู่นอีก โอยอะไรฟะเนี่ย

แล้วก็..ฝรั่งเศส.....ไม่อาบน้ำ!!!
เค้าจะพรมโคโลญจน์แทน
แล้วตอนที่ท่านราชทูตไทยไปอยู่โน่น เค้าต้องอาบน้ำอ่ะนะ.....บางวันร้อนมาก พันผ้าโดดลงคลอง..
เค้าก็มองประมาณว่า เถื่อน..
ก๊าก..

แล้วก็..."ท่าพายเรือชาวสยาม"
......ตอนที่ราชทูตฝรั่งเศส (มีซิมง เดอ ลาลูแบร์มา) มาไทย จะเข้าบางกอกทางเรือ ..ฝีพายเป็นคนไทย...
ฝีพายพายได้พร้อมเพรียงแรงไม่ตก......แต่....พอเย็นๆ......
ฝีพายทุกคน....เปลี่ยนท่าพาย จากที่จ้ำเอาจ้ำเอา..มาเป็นตบสะโพก ตบท้ายทอย แปะๆ.......ราชทูตฝรั่งเศสก็ให้บันทึกไว้ว่าเป็นท่าพายเรือชาวสยาม...
แต่...ที่จริง...
เมอแรงกัว!!!
ยุงอ่ะเด้!!!!!

โอ๊ยอะไรกันนี่.........๕๕๕๕
สรุปแล้ว..แนะนำให้ลองหาอ่านดูก็ดีค่ะ
แต่ในความเห็นส่วนตัวแล้ว..คิดว่าการจัดย่อหน้านี่อ่านได้ยากจริงๆให้ดิ้นตาย คือตัวหนังสือติดเป็นพรืด
แต่ถ้าจะแยกย่อหน้าอีก หนังสือก็คงยิ่งหนาเตอะไปมากกว่านี้ 700 กว่าหน้า
สำหรับวรรณศิลป์ การแปล ใช้ภาษาของผู้แปล ส่วนตัวแล้ว เยี่ยม

ลองหาอ่านดูนะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แต่ดูเหมือนว่าสยามในยุคปัจจุบันจะไม่อาจหลุดพ้นจากกรงเล็บภัยร้ายจากลัทธิแมคโดนัลด์ และโคคา-โคลา

อันนี้ดูเหมือนจะจริง มุมมองของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน นั่นเป็นมุมมองของเขา
เหมือนเรามองประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ ว่า"ด้อย" กว่าเรา
ถ้ามองจากมุมของเขาบ้าง.... จะรู้ว่ามันก็ไม่ต่างกัน
ขึ้นอยู่กับมุมมองครับ
#1  by  ~the xnux~ At 2006-10-16 11:26, 
แอบไปเล็งไว้นานแล้ว ว่าจะไปสอยในงานหนังสือทีเดียว (หมดตัวกันเห็นๆ)

แต่เห็นความหนามันก็ยังปวดใจ...จะอ่านกี่วันจบล่ะนี่
#2  by  LUMiN At 2006-10-16 13:18, 
น่าอ่านๆ

เรื่องล่าเมืองขึ้นแต่เปลี่ยนเป็นเชื่อมสัมพันธฯเราก็พอเข้าใจอยู่ ก็เดี๋ยวความสัมพันธ์ในปัจจุบันมันเปลี่ยนอ่ะดิ =w= แต่ตอนสมเด็จพระนารายณ์ปฏิเสธนับถือศาสนานี่...สะใจจริงเลยจอร์จ อิ

ประวัติศาสตร์สนุกดีนิ >w< แต่สองเล่มนี่...จะหาเจอไหมเนี่ย ( เดี๋ยวลองแว่บไปดู )
#3  by  โทเม (125.24.237.230) At 2006-10-16 14:02, 
กร๊าก =[]= พี่แห้วอัพบล็อก อเมซิ่งไทยแลนด์

หนังสือน่าอ่านดีนะฮะ คึๆๆๆ (เชื่อได้ ข้อยอ่านไป2บรรทัด หลับ!!)
ท่าพายเรือชาวสยาม...อืม.... = =''
#4  by  ★ O*MIX ★ เลิฟสับป้า~ At 2006-10-16 14:13, 
ความหนามันก็ยังปวดใจ..จะอ่านกี่วันจบล่ะนี่ <<<-------อ่านมาสองอาทิตย์แล้วก็ไม่จบ ทั้งๆที่อย่างดาวินชีนี่แห้วอ่านวันเดียวจบ ย่อหน้ามันใหญ่ ตัวหนังสือเลยเป็นพรืด
#5  by  [Haew][แห้ว] At 2006-10-17 12:04, 
น่าสนุกดีนะฮะ พวกฝรั่งว่าเรางมงาย จริงๆฝั่งนั้นมันก็บนบานอ้อนวอนบร๊ะเจ้าเหมือนกันแหละ question
#6  by  กรรมกรไซเบอร์ (Shuu) At 2008-04-03 13:32, 

<< Home