ไม่ได้อัพมานาน...จากนี้คงจะสิงที่นี่(มั้ง)
เอ้า เข้าเรื่อง!
อาทิตย์ก่อนได้ไปเดินดูหนังสือ แล้วก็สะดุดหน้าคว่ำ เอ้อ สะดุดตากับหนังสือบนชั้นRecommend มันคือ
"รุกสยาม ในพระนามของพระเจ้า"
โดย Morgan Sporte's (พิมพ์ฝรั่งเศสมะด้ายเฮ่อๆ)
แปลโดย คุณกรรณิกา จรรย์แสง
สำนักพิมพ์มติชน
หนังสือหนาเตอะแต่ชื่อเรื่องมันดึงดูดจริงๆ คิดว่ามันน่าจะตลก
เลยลองอ่านคำโปรยปกหลัง เอ้อ น่าสนใจจริงๆนั่นแหละ จึงเปิดไปดูคำนำนักเขียน
อ่านไปเรื่อยๆ จนเจอประโยคนี้
---(เรา)เห็นกันอยู่ชัดๆแล้วว่า ชาวสยาม "เจ้าเล่ห์" พวก "บูชาพระอิฐพระปูน"นี้ไม่ได้ยินยอมให้ถูกบังคับข่มเหง ชาวสยามสามารถหลีกหนีภัยคริสต์ศาสนา ภัยอิสลาม ภัยจากลัทธิล่าเมืองขึ้น ภัยจากลัทธิสตาลิน..แต่ดูเหมือนว่าสยามในยุคปัจจุบันจะไม่อาจหลุดพ้นจากกรงเล็บภัยร้ายจากลัทธิแมคโดนัลด์ และโคคา-โคลา...---
(คัดลอกจากหน้า 12)
...นั่นแหละ หยิบหนังสือไปที่เคาท์เตอร์เลย
เนื้อเรื่องกล่าวถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ช่วงที่ไทยมีการแลกเปรี่ยนราชทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส(พระเจ้าหลุยส์ที่14)
หนังสือเป็นแนวประเทืองปัญญาดี อ่านแล้วก็ขำๆ ฝรั่งเศสเจ้าเล่ห์..จะเอาสยามเป็นอาณานิคม.แต่ทำไมที่เรียนมาเค้าบอกว่าเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสองแผ่นดิน ไม่ได้บอกว่าฝ่ายโน้นแฝงความต้องการจริงๆคือสยาม....เอ้อ สงสัย
อ่านยังไม่จบหรอกนะ แต่ตอนที่ตลกๆเนี่ย ก็เช่น
ตอนที่คณะราชทูตจากไทย(มีโกษาปาน คุ้นมั้ย) ไปเจริญสัมพันธไมตรีที่ฝรั่งเศส แล้วพวกท่านแต่งชุดผ้ามนิลาสีขาว(ใช่เปล่าวะ) กับหมวกทรงสูง(นึกออกใช่มั้ยคะ) กลายเป็นว่าไปเป็นเหมือนแฟชั่นที่โน่น...หมวกทรงสูงฮิต...ทำขายได้เป็นพันๆใบ ใช้แสดงในโรงละครที่นู่นอีก โอยอะไรฟะเนี่ย
แล้วก็..ฝรั่งเศส.....ไม่อาบน้ำ!!!
เค้าจะพรมโคโลญจน์แทน
แล้วตอนที่ท่านราชทูตไทยไปอยู่โน่น เค้าต้องอาบน้ำอ่ะนะ.....บางวันร้อนมาก พันผ้าโดดลงคลอง..
เค้าก็มองประมาณว่า เถื่อน..
ก๊าก..
แล้วก็..."ท่าพายเรือชาวสยาม"
......ตอนที่ราชทูตฝรั่งเศส (มีซิมง เดอ ลาลูแบร์มา) มาไทย จะเข้าบางกอกทางเรือ ..ฝีพายเป็นคนไทย...
ฝีพายพายได้พร้อมเพรียงแรงไม่ตก......แต่....พอเย็นๆ......
ฝีพายทุกคน....เปลี่ยนท่าพาย จากที่จ้ำเอาจ้ำเอา..มาเป็นตบสะโพก ตบท้ายทอย แปะๆ.......ราชทูตฝรั่งเศสก็ให้บันทึกไว้ว่าเป็นท่าพายเรือชาวสยาม...
แต่...ที่จริง...
เมอแรงกัว!!!
ยุงอ่ะเด้!!!!!
โอ๊ยอะไรกันนี่.........๕๕๕๕
สรุปแล้ว..แนะนำให้ลองหาอ่านดูก็ดีค่ะ
แต่ในความเห็นส่วนตัวแล้ว..คิดว่าการจัดย่อหน้านี่อ่านได้ยากจริงๆให้ดิ้นตาย คือตัวหนังสือติดเป็นพรืด
แต่ถ้าจะแยกย่อหน้าอีก หนังสือก็คงยิ่งหนาเตอะไปมากกว่านี้ 700 กว่าหน้า
สำหรับวรรณศิลป์ การแปล ใช้ภาษาของผู้แปล ส่วนตัวแล้ว เยี่ยม
ลองหาอ่านดูนะ
(หมดตัวกันเห็นๆ)